วันจันทร์ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2562

10 ข้อควรรู้ ของคนผ่าเข่าทุกประเภท


8 ข้อควรรู้
ของคนผ่าเข่าทุกประเภท

ถ้าเพื่อนๆคนไหนที่ไปผ่าเข่ามาแล้ว หรืออยู่ในช่วงรอคิวผ่าเข่าในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าละก็ เนื้อหาในบทความนี้จะช่วยให้เพื่อนๆเข้าใจเข่าตัวเองมากขึ้นและช่วยลดความกังวลใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นหลังผ่าเข่าได้แน่ครับ 

แล้วไม่ว่าจะผ่าเข่าแบบไหนมา จะผ่าเล็กอย่างผ่าซ่อมเอ็นไขว้หน้า หรือผ่าตัดใหญ่อย่างผ่าตัดเปลี่ยนข้อก็อ่านได้เหมือนกันครับ เพราะไม่ว่าเราจะผ่าแบบไหน ส่วนใหญ่จะเจอเหตุการณ์ที่ผมกำลังจะพูดถึงเหมือนกันหมดครับผม ส่วนจะมากหรือน้อยก็เป็นอีกเรื่องนึงนะ 

1) เข่าต้องบวม :

=> ดูเหมือนเรื่องเข่าบวมหลังผ่าตัดจะเป็นเรื่องที่คนไข้กังวลกันมากที่สุด ซึ่งการที่เข่าบวมมันเป็นเรื่องปกติมากครับ ถ้าเนื้อเยื่อในร่างกายส่วนไหนเสียหาย บริเวณโดยรอบมันต้องบวมเป็นเรื่องธรรมดาม๊ากมากเลย 

เนื่องจากว่า พอเนื้อเยื่อเราเสียหาย บาดเจ็บ อักเสบอะไรก็ตามแต่ มันบ่งบอกว่าเส้นเลือดฝอยที่อยู่โดยรอบมันฉีกขาด เสียหายตามไปด้วย พอเส้นเลือดมันลำเลียงเลือดไม่ดี เลือดก็ตกค้างอยู่บริเวณนั้นมากขึ้นจนทำให้เกิดการบวมขึ้น แค่นั้นเอง 

ถ้าให้เปรียบเทียบ เส้นเลือดคนเราก็เหมือนกับถนนนั่นแหละครับ สมมติถนนมี 4 เลน แต่พังไป 2 เลน วิ่งได้จริงแค่ 2 แต่ปริมาณรถมีเท่าเดิม สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ "รถติด" ใช่มั้ยครับ เส้นเลือดที่เสียหายหลายส่วน การลำเลียงมันไม่ดีเลือดก็ไปตกค้างมากจนดูบวม แค่นั้นเอง

นานมั้ยกว่าจะหายบวม?

ขึ้นอยู่กับขนาดแผลครับ ถ้าแผลใหญ่มากอย่างคนผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า เนื้อเยื่อมันเสียหายเป็นบริเวณกว้างจากรอยผ่า กว่าเนื้อเยื่อจะสมานตัวเองก็เป็นปกติดีก็ใช้เวลา การบวมก็กินเวลานานขึ้นเช่นกัน ซึ่งบางคน 4 เดือนกว่ายังบวมตุ่ยอยู่ก็มีเยอะแยะ 

ส่วนคนที่ผ่าส่องกล้อง บางคนเห็น 2 เดือนหายบวม แต่บางคน 3 เดือนแล้วยังไม่หายบวมก็มีเยอะแยะครับ มันขึ้นอยู่กับร่างกายของเราเอง และการฟื้นฟูหลังผ่าเข่าด้วย ถ้าหมั่นบริหารเข่า กระดกปลายเท้าขึ้นลงบ่อยๆ ให้กล้ามเนื้อได้มีการขยับ พอกล้ามเนื้อขยับมันก็ปั๊มเอาสารนํ้าที่กองค้างอยู่จนทำให้ดูบวม มันก็ไล่สารนํ้าเหล่านี้ออกไป จนบวมน้อยลงได้ 

ลักษณะแผลของคนผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า

ทำไมบริหารเข่าจนหายบวมแล้ว แต่พอเดิน ยืนสักพักมันถึงบวมใหม่ได้ละ?

เลือด นํ้าเหลือง หรือสารนํ้าในร่างกายคนเราเป็นของเหลวครับ ซึ่งของเหลวเหล่านี้จะไหลจากที่สูงลงสู่ที่ตํ่าเสมอ พอเรายืน เดิน สารนํ้าในร่างกายมันก็พร้อมใจกันไหลลงไปที่ส่วนขาของเราเป็นเรื่องปกติ แต่ในคนที่ร่างกายปกติดีไม่มีการบาดเจ็บ กล้ามเนื้อก็ช่วยบีบให้เลือดไหลกลับไปที่หัวใจได้ตามปกติ ร่วมกับหลอดเลือดไม่มีการอุดตันหรือเสียหาย การไหลเวียนจึงทำได้ปกติไม่บวม

แต่คนที่ผ่าตัดมา มันทำให้เส้นเลือดฝอยหลายส่วนฉีกขาด การไหลกลับของเลือดจึงทำได้ไม่ดี แถมด้วยการบาดเจ็บจากการผ่า ยิ่งทำให้เราไม่อยากใช้กล้ามเนื้อด้วย พอกล้ามเนื้อไม่ได้ขยับ การปั๊มเลือดกลับก็แย่เข้าไปอีก แถมเรายังต้องยืน เดิน เลือดมันเลยยิ่งเทไปกองที่ขามากเกินกว่ากำลังที่เนื้อเยื่อบริเวณนั้นจะปั๊มเลือดให้ไหลกลับไปที่หัวใจได้ สุดท้ายเราจึงขาบวม เข่าบวมทุกครั้งที่ยืนนั่นเองครับ (บางคนแค่นั่งห้อยขาก็บวมแล้ว ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกนะ)

คลิปแก้เข่าบวมหลังผ่า

ดูวิธีการลดบวมตามคลิปนี้เลยครับ คลิปที่ 125 : 3 วิธีแก้เข่าบวม หลังผ่าเข่า https://youtu.be/riKk4noHzWc

2) อาการปวดเป็นเรื่องธรรมดาที่ต้องเจอ

=> ทันทีที่มีดกรีดลงไปที่เนื้อเยื่อ ไม่ว่าจะกรีดกว้างหรือกรีดแคบก็ตาม เนื้อเยื่อจะได้รับการบาดเจ็บทันที แล้วร่างกายจะตอบสนองต่อการบาดเจ็บโดยการหลั่งสารอักเสบขึ้นมาบริเวณเนื้อเยื่อที่เสียหายจากแผลผ่าตัด 

ซึ่งสารอักเสบนี้แหละที่ทำให้เราปวดหลังจากผ่าตัด ยิ่งเนื้อเยื่อเสียหายมากเท่าไหร่ กินวงกว้างแค่ไหน อาการปวดจะยิ่งมากขึ้นเท่านั้น แล้วการที่ร่างกายหลั่งสารอักเสบจนทำให้เรารู้สึกปวดขึ้นมา มันก็มีข้อดีเหมือนกันนะ เพราะมันทำให้เราเลี่ยงการใช้งานร่างกายบริเวณที่บาดเจ็บอยู่ ให้ร่างกายได้มีเวลาพักฟื้นตัวเองได้อย่างเต็มที่นั่นเองครับ

ลองคิดดูนะ ถ้าเราไม่รู้สึกปวดเข่าแล้ว แต่เนื้อเยื่อมันยังไม่สมานตัวกันดีจะเกิดอะไรขึ้น สมมติเราชอบเล่นบอล พอผ่าเสร็จดูแผลภายนอกเห็นว่าแห้งสนิทดีแล้ว วันรุ่งขึ้นเรารีบลงสนามไปเตะบอลกับเพื่อนๆทันที ทั้งๆที่เนื้อเยื่อภายในข้อเข่ามันยังไม่สมานตัวยึดติดกันดีเลย ผลลัพท์มันก็เสี่ยงที่จะทำให้กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น หลอดเลือดภายในฉีกขาดมากกว่าเดิม แล้วหายช้ากว่าเดิมได้นั่นเองครับ 

ถ้าพูดแบบนี้ก็หมายความว่า เราไม่ควรขยับร่างกายส่วนที่บาดเจ็บเลยน่ะสิ?

มันแล้วแต่เคสครับ อย่างเคสผ่าเอ็นไขว้หน้าขาดแบบส่องกล้องซึ่งแผลจะเล็ก เคสนี้ประมาณวันที่ 3 ก็ให้ขยับเข่าได้แล้ว แต่ถ้าเคสผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าจากเข่าแตกเพราะอุบัติเหตุล้มเข่ากระแทกพื้น แบบนี้ก็จะถูกใส่เฝือกที่เข่าหลังผ่าเสร็จแน่นอน เพื่อให้กระดูกมันเชื่อมกันดีก่อนตามระยะเวลา แล้วถึงค่อยขยับเข่าได้นะครับ 

3) ยังไงข้อเข่าก็ต้องติด

=> เป็นอีกเรื่องที่คนผ่าเข่าจะกลัวว่าเข่าจะติดกัน คือจะบอกว่าไม่ต้องกลัวครับ เข่าติดแน่นอน!! แต่จะติดมากหรือน้อย จะหายช้าหรือเร็วมันอยู่ที่การฟื้นฟูหลังผ่าเข่าเนี่ยแหละครับ

เหตุที่เข่าติดหลังผ่า ไม่ว่าจะผ่าตัดเล็กแค่ไหนก็ตาม เนื่องจากทันทีที่เนื้อเยื่อเสียหาย ฉีกขาด ร่างกายมันก็จะพยายามซ่อมแซมฟื้นฟูตัวเอง แต่การจะซ่อมแซมตัวเองได้ดีนั้น ร่างกายต้องพยายามยึดเนื้อเยื่อและข้อเข่าให้อยู่นิ่งๆให้ได้มากที่สุดก่อน เพื่อให้เกิดการซ่อมแซมได้เต็มที่ 

นั่นคือ ร่างกายจะสร้างพังผืดโดยรวบส่วนที่บาดเจ็บให้หนาตัวขึ้น และทำให้เส้นเอ็นโดยรอบแข็งตัวขึ้น (ซึ่งปกติก็เหนียวและแข็งอยู่แล้วนะ) เพื่อให้ยากต่อการเคลื่อนไหวข้อเข่า 

ถ้าให้เปรียบเทียบกับการเย็บผ้าที่ขาดออกจากกันเป็น 2 ท่อน เราจะเย็บผ้าให้กลับมาเชื่อมกันได้สนิทดีดังเดิมคือ เราต้องเอาผ้ามาประกบกัน แล้วค่อยร้อยเข็มลงไปตรงผ้าทั้ง 2 ที่ประกบกันอยู่ แล้วมือเราต้องนิ่งด้วยถึงจะทำได้ 

แต่ลองคิดดูนะ ถ้าขณะเราเย็บผ้าอยู่แล้วมีเด็กที่ไหนไม่รู้มาดึง ฉุด กระชากลากผ้าที่เรากำลังเย็บอยู่ตลอดเวลา เพื่อนๆคิดว่าเราจะเย็บผ้าได้มั้ยครับ เช่นเดียวกันครับ ร่างกายจะสมานเนื้อเยื่อกันได้ดีก็ต่อเมื่อ ต้องให้ข้อต่อและกล้ามเนื้ออยู่นิ่งๆก่อนโดยการสร้างพังผืดและทำให้เอ็นแข็งขึ้น เท่านั้นยังไม่พอ ร่างกายยังหลั่งสารอักเสบออกมาอีกด้วยเพื่อเตือนว่า "อย่าพึ่งใช้ร่างกายตรงนี้ ฉันยังไม่พร้อม ขอซ่อมก่อนเด้อ"

ซึ่งเคสที่เราไม่ควรดัดเข่า หรือขยับข้อเข่าเลยจนกว่าหมอจะสั่งให้ดัดได้ก็ ส่วนใหญ่จะเป็นเคสกระดูกหักหักครับ เช่น ล้มเข่ากระแทกพื้นจนลูกสะบ้าแตกในผู้สูงอายุ หรือกระดูกหน้าแข้งร้าวจากการเล่นกีฬาที่ต้องปะทะกันแรงๆ แต่ถ้าเป็นเคสผ่าตัดเอ็นไขว้หน้าธรรมดา หรือผ่าตัดเปลี่ยนข้อ ก็สามารถดัดเข่าได้ภายใน 1 อาทิตย์ที่ผ่าเลย เพราะไม่ได้มีปัญหากระดูกแตกอะไร แต่ทั้งนี้ก็ต้องปรึกษาหมอ หรือนักกายภาพที่ดูแลเราให้ดีก่อนว่าดัดได้หรือยังนะครับ

คลิปที่ 82 : วิธีดัดเข่าให้เหยียดตรงได้ https://youtu.be/CDypMUAWARM

วิธีดัดเข่าให้ตรง



คลิปที่ 127 : วิธีดัดเข่าให้งอ https://youtu.be/dAH1RZ7uYWQ

วิธีดัดเข่าให้งอหลังผ่า

4) ถ้าข้อติดทั้งงอและเหยียด ให้เลือกดัดอย่างใดอย่างหนึ่งก่อน


=> เรื่องข้อเข่าติดคงเป็นปัญหาหนึ่งที่คนผ่าเข่าต้องพบเจอ แต่ปัญหาต่อมาก็คือ ดัดเข่ามานานแล้วทำไมเข่ายังงอ-เหยียดได้ไม่สุดซะที โดยเฉพาะคนที่เข่าติดทั้งงอและเหยียดพร้อมๆกัน

คนส่วนใหญ่อยากหายไวๆ ใจถึง ทนเจ็บได้ ดัดเองได้ เลยจัดการดัดเองอย่างเต็มที่ เวลาดัดก็ดัดเข่าให้เหยียดอย่างเต็มที่เลย พอเข่าเหยียดจนสุดแล้ว ก็ดัดเข่าให้งอต่อวนวันนั้นทันที ทีนี้พอดัดเข่าในท่างอเสร็จก็มาลองเหยียดเข่าดูอีกที ปรากฎว่าเข่าที่เคยเหยียดสุด มันกลับมาติดงอใหม่ เจอแบบนี้จะทำไงดี?

สำหรับคนที่เข่าติดทั้งงอและเหยียดนะ ผมแนะนำเลยว่า ให้เราเลือกดัดเข่าในทิศทางใดทิศทางหนึ่งให้สุดไปก่อนเลย โดยเลือกเอาความจำเป็นในชีวิตประวันเป็นหลัก เช่น ต้องรีบกลับไปทำงานให้ไวที่สุด ต้องเดินเยอะแม้เข่าจะยังไม่หายดี 

ถ้าเป็นแบบนี้ผมแนะนำว่าให้เราดัดเข่าในท่าเหยียดให้สุดก่อนเลย เพื่อให้เราได้ใช้ขาข้างที่เจ็บช่วยยันตัวในการเดิน แล้วในระหว่างวันก็อย่างอเข่ามากไป เพื่อไม่ให้เส้นเอ็นและพังผืดมันกลับมายึดให้อยู่ในท่างอนั่นเอง พอเราแน่ใจแล้วว่าเข่าเหยียดตรงได้เองโดยที่ไม่ต้องช่วยดัดแล้วติดต่อกันอย่างน้อย 1 สัปดาห์ เราก็ค่อยเริ่มดัดเข่าในท่างอต่อไป 

ค่อยๆดัดไปทีละทิศทางนะครับ จะงอก็งออย่างเดียว ถ้าจะดัดให้เหยียดก็เหยียดอย่างเดียว เอาทีละอย่างนะครับ

5) อาจมีชาที่เข่าบ้าง

=> เรื่องของอาการชาบริเวณที่ผ่าเข่านั้น จะเกิดขึ้นในบางคนนะครับ บางคนจะชาแค่ผิวๆเหมือนหนังมันด้านๆ ความรู้สึกจะไม่เท่ากันกับข้างปกติ บางคนก็แย่กว่านั้นคือ รู้สึกคัน ชาหนา บ้างก็แสบเหมือนนํ้าร้อนลวกบริเวณเข่า 

ซึ่งอาการชาจากการผ่าตัดไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรนะครับ เพราะการผ่าตัดแต่ละครั้งมันก็มีบ้างที่จะตัดไปโดนเส้นประสาทส่วนย่อยที่ทำหน้าที่รับความรู้สึกบริเวณผิวหนังรอบๆเข่า พอเส้นประสาทเสียหาย การส่งสัญญาณประสาททำได้ไม่ดีเลยเกิดอาการชาขึ้น 

ส่วนจะชามากน้อยแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับขนาดแผลที่ผ่าว่าใหญ่แค่ไหน และความเสียหายของเส้นประสาทว่าเสียหายจากรอยมีดกรีดมากแค่ไหนครับผม แต่ก็ไม่ต้องกังวลว่าตัดโดนเส้นประสาทแล้วจะทำให้เราเป็นอัมพาตนะครับ เส้นประสาทเหล่านี้เป็นเส้นย่อยเท่านั้นเอง ไม่มีผลร้ายแรงอะไรมากนอกจากชา คัน หรือแสบร้อน ซึ่งจะทำให้เรารำคาญมากกว่า

ส่วนวิธีแก้อาการชาแบบทำเองนั้น ง่ายที่สุดเลยก็คือ การหาแผ่นประคบร้อนมาประคบตรงที่ผ่า แต่ตรงที่ผ่าต้องไม่มีบวม แดง ร้อนนะ ไม่งั้นเข่าจะบวมกว่าเดิมได้ หรือไม่ก็ใช้การประคบเย็นก็ได้ครับผม 

ส่วนจะหายชาเมื่อไหร่นั้น ตอบไม่ได้ครับ อะไรที่เกี่ยวข้องกับการบาดเจ็บของเส้นประสาท มันกำหนดเป็นตัวเลขที่แน่นอนไม่ได้เลย บางคนไม่ชาเลย บางคนก็ 3 เดือน บางคน 7 ปียังไม่หายชาเลยก็มีเยอะนะ แต่อย่างที่บอกไปครับ อาการที่เกิดขึ้นมันแค่สร้างความรำคาญนะ 

ลิงค์บทความ : ประคบร้อน-เย็น ใช้ต่างกันยังไง? 

บทความประคบร้อนหรือเย็น ใช้ต่างกันยังไง

6) กำลังกล้ามเนื้อจะลดลง

=> พอเราผ่าตัดมา เนื้อเยื่อรอบๆเข่าบาดเจ็บ พอบาดเจ็บเราก็เลี่ยงการใช้งานกล้ามเนื้อรอบๆเข่า แล้วพอหยุดการใช้งานไปผลที่ตามมาคือ กำลังกล้ามเนื้อเริ่มอ่อนแรงลงทันที แล้วถ้าหยุดการใช้งานกล้ามเนื้อโดยสิ้นเชิงติดต่อกัน 1 เดือน (เช่น คนที่ใส่เฝือกเข่า) กล้ามเนื้อก็เกิดการฝ่อลีบอย่างเห็นได้ชัด 

คนที่ผ่าตัดมา พอเห็นขาตัวเองลีบเล็กลงก็จะตกใจกันยกใหญ่ แล้วพาลเข้าใจว่าตัวเองต้องกลายเป็นอัมพาตแน่ๆ ขาต้องเล็กเหมือนคนเป็นโปลิโอชัวๆ คือ จะบอกว่าขาลีบได้ ฝ่อได้ เราก็สามารถฟื้นฟูขาให้กลับมาเต่งตึง กระชับได้เหมือนกันครับ กระบวนการที่กล้ามเนื้ออ่อนแรง ฝ่อลีบมันเป็นเรื่องธรรมดามากเลยครับผม 

ทันทีที่หมอเริ่มให้เราฝึกทำกายบริหารเข่าได้ แล้วฝึกไปเรื่อยๆอย่างเป็นขั้นเป็นตอน เริ่มจากท่ากายบริหารง่ายๆ ความหนักไม่มาก พอกล้ามเนื้อเริ่มฟื้นตัวดี อาการปวดลดลงก็เพิ่มความหนักขึ้น กายบริหารท่าที่ยากขึ้น กำลังกล้ามเนื้อมันก็จะกลับมาแข็งแรงเหมือนเดิม และแน่นอนกล้ามเนื้อที่เคยฝ่อลีบก็จะกลับมาเต่งตึงดังเดิมด้วยเช่นกันนะ

ส่วนจะกลับมาแข็งแรงอย่างเห็นได้ชัดจะใช้เวลานานแค่ไหนนั้น อันนี้ขึ้นอยู่กับความขยันของการทำกายบริหาร และเรื่องโภชนาการของเราเองนะ แต่โดยส่วนใหญ่ก็ประมาณ 3 เดือนครับ ถ้าฝึกอย่างต่อเนื่อง และทำอย่างถูกต้องนะ

คลิปที่ 50 : 5 วิธี ดูแลเข่าหลังผ่าตัด https://youtu.be/-zIfJICfhfo

คลิป วิธีดูแลเข่าหลังผ่า

7) มีเสียงก๊อกแก๊กในเข่า

=> อีกหนึ่งเรื่องกังวลที่คนผ่าเข่ามานานพากันใจหายแว็บทุกครั้งที่ได้ยินเสียงดังในเข่า แล้วอดคิดไม่ได้ว่า เข่ามันจะหลุดออกมามั้ย เอ็นในเข่ามันจะขาดอีกรอบ หรือเอ็นมันหลวมทำให้ข้อเคลื่อน สาระพัดความกังวลที่คนไข้ทักมาคุยกับผม 

ถ้าคนไข้พูดถึงเรื่องเสียงดังในเข่าเมื่อไหร่ ผมจะถามกลับไปก่อนเลยว่า "ตอนที่มีเสียงในเข่า มันปวดแปล็บในเข่ามั้ย หรือแค่มีเสียงดังเฉยๆ?" ถ้าตอบมาว่า "แค่มีเสียงดังเฉยๆ" ไม่ว่าจะดังถี่ หรือนานๆครั้งดังทีก็ตาม ผมก็จะบอกว่า ไม่มีอะไรน่ากังวลครับ แค่ข้อมันหลวมจากกล้ามเนื้อ และเอ็นรอบๆข้อเข่ามันยังไม่แข็งแรงพอ เวลาขยับเข่ามันเลยเกิดเสียงขึ้นแค่นั้นเอง

ซึ่งการที่เกิดเสียงในเข่า ถ้าเป็นเสียงครืดๆเหมือนมีอะไรมาขูดกันทุกครั้งที่งอ-เหยียดเข่าในบางมุมละก็ คาดว่าเป็นผลจากข้อกระดูกเสียดสีกันเป็นธรรมดา แต่ถ้าเป็นเสียงดังป๊อกแบบนานๆทีถึงจะดังละก็ อันนี้เกิดจากฟองอากาศในนํ้าเลี้ยงข้อมันแตกตัวครับ ก็ไม่มีอะไรน่ากังวลอีกเช่นกัน 

ถ้าเราฝึกกำลังกล้ามเนื้อรอบๆเข่าให้มั่นคงแข็งแรงดี เสียงดังในเข่ามันก็จะลดลงได้เองตามลำดับครับ หรือถ้าไม่ลดลงก็ไม่ได้มีผลเสียอะไรเช่นกันนะ

คลิปที่ 68 : วิธีบริหารข้อเข่าหลังผ่าเอ็นไขว้หน้า https://youtu.be/FDzRP2B6Ci8

วิธีบริหารข้อเข่าหลังผ่าเอ็นไขว้หน้า 

คลิปที่ 3 : สาเหตุเสียงดังในข้อ https://youtu.be/4FuVuf-6jCI

สาเหตุเสียงดังในข้อ

8) หมอบอก เดินลงนํ้าหนักได้แค่ 50% มันเดินกันยังไง?

=> อันนี้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่หลายคนมองข้ามไป ในคนที่ผ่าเข่ามาใหม่ๆไม่ว่าจะผ่าแบบไหนก็ตาม ในช่วงแรกหลังจากผ่า เราอาจจะยังไม่สามารถเดินลงนํ้าหนักขาข้างที่ผ่าได้ 100% 

หมอก็จะบอกว่าให้เราเดินลงนํ้าหนักขาข้างนั้นก่อน 50% นะ อย่าพึ่งลงเต็มที่ พร้อมทั้งบอกข้อควรระวังนู่นนี่นั่นต่างๆนาๆ คนที่ผ่ามาใหม่ๆก็คงมึนๆอยู่ หมอพูดอะไรมาก็คงพูดครับๆๆ/ค่ะๆๆ อย่างเดียว จนกระทั่งเรากลับมาบ้านแล้วต้องเดินจริงๆนั่นแหละ ถึงนึกสงสัยว่า แล้วเดินลงนํ้าหนัก 50% ที่หมอบอกเค้าเดินกันยังไงหว่า? 

พอนึกไม่ออกว่าจะเดินยังไง ก็ไม่ยอมเดินลงนํ้าหนักขาข้างนั้นเลย รอให้แผลหายก่อนแล้วค่อยเดินอะไรงี้ จนทำให้การฟื้นฟูกลับมาเดินได้จริงๆต้องใช้เวลานานกว่าปกติ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องน่าเสียดายโอากาสในการใช้ชีวิตพอสมควรนะ

ลงนํ้าหนักที่ปลายเท้า จะช่วยลดการปวดเข่าขณะเดินได้

วิธีการลงนํ้าหนักขา 50% มันก็ตรงตามชื่อเลยนะ คือ เรายืนลงนํ้าหนักขาแค่ครึ่งเดียวเมื่อเทียบกับการยืนปกติ โดยมีไม้เท้าช่วยพยุงตัวไว้ แล้วเพื่อให้การคุมการลงนํ้าหนักขาทำได้ดี เราจะไม่ลงนํ้าหนักเต็มฝ่าเท้านะ เราจะลงนํ้าหนักแค่ปลายเท้าครับ เหมือนกับเดินเขย่งหน่อยๆ 

ซึ่งการจิกปลายเท้าลงแบบนี้จะช่วยลดแรงกระแทกที่เข่าได้ ในคนที่ปวดเข่ามากๆเวลาเดินในช่วงแรก การเดินแบบนี้จะช่วยให้เราปวดน้อยลงได้ครับผม จนเมื่อหมอบอกให้ลงนํ้าหนักขาได้เต็มที่ เราก็ค่อยเดินลงนํ้าหนักเต็มฝ่าเท้าตามปกติไปนะครับ

สรุป 

สำหรับเนื้อหาที่เพื่อนๆอ่านจบไปเป็นเพียงข้อมูลคร่าวๆที่ผมพบเจอมาแล้วมาเล่าสู่กันฟัง จริงๆแล้วรายละเอียดการรักษา หรือปัญหาของคนที่ผ่าเข่ามายังมีอีกมาก ถ้าเราไม่แน่ใจในส่วนไหนเพื่อนก็สามารถทักเข้ามาสอบถามเพิ่มเติมได้ใน Line ID : @doobody 

แต่ทางที่ดี ผมแนะนำให้ไปพบกับนักกายภาพใกล้บ้านเลยดีกว่า ให้เค้าตรวจร่างกาย ประเมินข้อเข่าเราโดยตรงจะดีกว่า เพราะคนที่ได้ตรวจโดยตรงจะเห็นปัญหาและให้คำแนะนำได้ดีกว่าคนที่คุยผ่านกันตัวอักษรนะครับ


วันพฤหัสบดีที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2562

หมอนรองกระดูกทับเส้นที่หลัง ทำไมปวดขา แต่ไม่ปวดหลัง??


หมอนรองกระดูกทับเส้นที่หลัง 
ทำไมปวดขา แต่ไม่ปวดหลัง??

หลายๆเคสที่ผมรักษาเกี่ยวกับอาการปวดขา ขาชาจากโรคหมอนรองกระดูกสันหลังทับเส้นประสาทที่หลัง พอผมตรวจร่างกายเสร็จสัพจนมั่นใจแล้วว่าคนไข้รายนี้เป็นโรคหมอนรองปลิ้นทับเส้นแน่นอน ผมก็จะบอกไปว่าคุณเป็นโรคนี้นะ พอพูดจบเท่านั้นแหละ คนไข้ส่วนใหญ่จะพูดสวนขึ้นมาทันทีว่า "คุณดูนแน่ใจแล้วหรอ ผมปวดขาแต่ไม่ได้ปวดหลัง แล้วจะเป็นหมอนรองปลิ้นทับเส้นได้ยังไง ถ้าเป็นหมอนรองทับเส้นมันต้องปวดหลังไม่ใช่หรอ เพราะโรคมันอยู่ที่หลัง?"

พอคนไข้ทักมาแบบนี้ ผมก็บอกตัวเองในใจว่า "ต้องคุยกันยาวแน่ๆ" ว่าแล้วก็หยิบหนังสือ anatomy มาอธิบายโครงสร้างข้อกระดูกสันหลังและเส้นประสาทว่า ทำไมหมอนรองปลิ้นทับเส้นที่หลังแล้วถึงทำให้เราขาชาได้ แล้วผมก็เชื่อว่าเพื่อนๆหลายคนก็น่าจะสงสัยเหมือนกันว่าทำไมหมอนรองปลิ้นที่หลังถึงทำให้ขาชา เรามาหาคำตอบกันครับ


ภาพแสดงโครงสร้างกระดูกสันหลังและเส้นประสาทสันหลังโดยรอบ

หมอนรองปลิ้นที่หลังแล้วทำไมถึงทำให้ปวด-ชาขา?

เรื่องนี้ตอบง่ายๆเลยก็เพราะว่า เส้นประสาทแต่ละเส้นที่ออกจากข้อกระดูกสันหลังแต่ละข้อ จะมีโซนกล้ามเนื้อที่วิ่งไปหล่อเลี้ยงเป็นโซนๆของตัวเองอยู่แล้ว ถ้าเปรียบเทียบเส้นประสาทของคนก็เหมือนกับสายไฟบ้าน บ้านมี 3 ชั้น สายไฟก็มี 3 เส้น เส้นที่ 1 เลี้ยงชั้น 1 เส้นที่ 2 เลี้ยงชั้น 2 ส่วนเส้นที่ 3 ก็วิ่งไปเลี้ยงชั้น 3 ของบ้าน เปรียบเทียบแบบนี้พอจะนึกภาพออกนะครับ

สมมติวันดีคืนดีดันมีหนูมากัดสายไฟเส้นที่ 2 ที่ไปเลี้ยงชั้น 2 ของบ้าน แต่สายไฟไม่ได้ขาดออกจากกันเป็น 2 ท่อน สัญญาณไฟยังคงวิ่งไปที่ชั้น 2 ได้อยู่บ้าง แต่ก็ไม่เสถียรเหมือนแต่ก่อน ไฟติดๆดับๆอยู่เป็นระยะ แต่ชั้นที่ 3 ของบ้านไฟหลับเปิดไม่ติดเลย พอไปดูสายไฟเส้นที่ 3 ปรากฎว่าหนูกัดสายไฟขาดออกจากกันเลย ทำให้ไม่มีไฟฟ้าไปเลี้ยงที่ชั้น 3 ของบ้านเลย

ลักษณะแบบนี้ก็เหมือนกับหมอนรองปลิ้นทับเส้นประสาทนั่นแหละครับ สมมติเส้นประสาทที่ไปเลี้ยงขาคู่ที่ 5 ถูกกดทับ ซึ่งเส้นนี้จะส่งสัญญาณประสาทไปเลี้ยงยังกล้ามเนื้อช่วงข้างต้นขา หน้าแข้ง จนถึงปลายเท้าฝั่งนิ้วก้อย พอเส้นนี้ถูกทับปุ๊บเราจึงรู้สึกปวดตามแนวที่เส้นประสาทเลี้ยงกล้ามเนื้อโซนนั้นพอดี 


ภาพ dermatome ที่แสดงถึงเส้นประสาทสันหลังแต่ละคู่มาเลี้ยงร่างกายส่วนไหนบ้าง
ซึ่งทั้งหมอ และนักกายภาพจะใช้ภาพนี้เช็คว่าหมอนรองกระดูกทับเส้นที่ข้อไหน

แล้วถ้าหมอนรองปลิ้นมาก เราก็จะรู้สึกปวดตามโซนนั้นมากขึั้น เริ่มชา จนถึงชามาก ส่งผลให้การสั่งงานของกล้ามเนื้อที่เส้นประสาทเลี้ยงกล้ามเนื้อกลุ่มนั้นอยู่ทำงานผิดปกติไป คือ รู้สึกขาไม่มีแรง รู้สึกขาแข็ง ก้าวขาลำบาก ทรงตัวไม่ดี ล้มง่าย 

และในกรณีที่หมอนรองปลิ้นออกมาเยอะมากจริงๆละก็ ก็มีบ้างบางเคสที่จะมอาการปวดหลังร่วมด้วยครับ แต่โดยส่วนใหญ่แล้วจะปวดลงขามากกว่านะ คนไข้จะรู้สึกตัวว่าปวดหลังจริงๆก็ตอนที่นักกายภาพกำลังกดข้อกระดูกสันหลัง เพื่อดันหมอนรองกระดูกที่ปลิ้นอยู่ให้กลับเข้าที่นั่นแหละครับ ตอนนั้นแหละเราจะรู้สึกว่า มันทั้งปวดตึงในหลัง แถมยังปวดร้าวลงขาตามแนวที่ปวดอยู่ตลอดด้วย พอโดนแบบนี้เข้า คนไข้จะบอกกับตัวเองได้ทันทีเลยว่า "ฉันเป็นโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทแน่นอน" 


ถ้าเส้นประสาทที่ถูกกดทับตามรูปเป็นเส้นประสาทคู่ที่ 5 
คนไข้จะรู้สึกปวดก้นขวา ข้างต้นขา หน้าแข้ง ไล่ลงไปจนถึงปลายเท้า 
แต่ถ้าการกดทับน้อย อาจจะปวดตุ่ยๆอยู่แค่ก้นก็ได้

แล้วถ้าเป็นหมอนรองปลิ้นทับเส้นที่คอก็จะปวดลงแขนเหมือนกันใช่มั้ย?

ใช่ครับ หลักการเดียวกันเลยครับผม คือ ถ้าเส้นประสาทจากคอที่ไปเลี้ยงแขนส่วนไหนถูกกดทับ เราก็จะรู้สึกปวดตามโซนที่เส้นประสาทไปเลี้ยงเลยครับ

สรุป 

คนที่เป็นหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทที่หลัง มักจะมีอาการปวดและชาลงขา ไม่ค่อยปวดหลัง เนื่องจากเส้นประสาทจะส่งสัญญาณประสาทไปเลี้ยงกล้ามเนื้อเป็นโซนๆอยู่แล้ว แต่พอถูกทับ ทำให้ส่งสัญญาณประสาทไปเลี้ยงกล้ามเนื้อไม่ได้ แล้วเกิดอาการปวดตามโซนนั้น ถ้าถูกทับมากก็จะมีอาการชาร่วมด้วย

ถ้าเพื่อนๆต้องการปรึกษาอะไรเพิ่มเติม หรือต้องการนัดเข้าคลินิกก็ทักเข้ามาได้ที่ Line ID : @doobody ได้เลยนะครับ


--------------------------------------------

รายละเอียดโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท : หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท โรคยอดฮิตที่มาพร้อมกระดูกเสื่อม

คลิปที่ 7 : 9 วิธีลดปวด จากโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นด้วยตนเอง

คลิปที่ 58 : 3 วิธี ดึงหลังด้วยตนเอง

คลิปที่ 81 : วิธีลุกจากเตียง ของคนเป็นหมอนรองทับเส้น ป้องกันไม่ให้เป็นซํ้า






วันพุธที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2562

นั่งนานแล้วปวดขาหนีบ เกิดจากอะไรหว่า?


นั่งนานแล้วปวดขาหนีบ 
เกิดจากอะไรหว่า?

ในชีวิตของคนวัยทำงาน โดยเฉพาะกลุ่มคนที่ต้องนั่งทำงานเป็นเวลานานอย่างพนักงานออฟฟิศ อาการปวดที่เราจะคุ้นเคยกันดีนั่นคือ อาการปวดหลัง แต่จะปวดหลังจากกล้ามเนื้อหลังตึง อักเสบ เกิดจากหลังแอ่น เกิดจากพฤติกรรมการนั่งที่ไม่ดี หรือเกิดจากข้อกระดูกสันหลังนั้นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่โดยรวมแล้วมันก็คืออาการปวดหลังละกัน 

ทั้งนี้ก็ยังมีอาการปวดอีกอย่างหนึ่งที่คนนั่งนานมักเป็นกันถึงแม้จะไม่ได้พบมากก็ตาม นั่นคืออการปวดขาหนีบนั่นเองครับ 

โดยทั่วไปพอคนเรามีอาการปวดขาหนีบ ผู้ชายจะนึกถึงไส้เลื่อนทันทีส่วนโรคอื่นๆที่เกี่ยวข้องก็ไม่ค่อยจะมีมากแล้ว ส่วนผู้หญิงนี่มีอะไรให้คิดเยอะกว่านั้น ไม่ว่าจะเป็นมดลูกผิดปกติรึเปล่า? มีซีสต์ที่รังไข่มั้ย? ประจำเดือนมาผิดปกติแน่ๆ หรือจะเป็นท่อปัสสาวะอักเสบหว่า? 

ซึ่งอาการทั้งหมดทั้งมวลนั้นจะมีจุดสังเกตุเบื้องต้นว่า ถ้ามีอาการปวดขาหนีบตลอดเวลา หรือปวดบ่อยๆแบบไม่ขึ้นอยู่กับอิริยาบทท่านั่ง ท่ายืน การใช้ชีวิตของเราละก็ มีความเป็นไปได้ว่าอาจจะเป็นโรคใดโรคหนึ่งที่ผมกล่าวมา เราก็ต้องไปตรวจภายในกันดูถ้ามีสัญญาณทีแย่ลงเรื่อยๆ แต่ถ้าเพื่อนๆมีอาการปวดขาหนีบเวลานั่งนานเท่านั้นละก็ เชิญอ่านต่อได้เลยครับ

อาการปวดขาหนีบจากการนั่งนานเกิดจากอะไร?

ถ้าให้พูดแบบกำปั้นทุบดินเลยละก็ มันเกิดจากกล้ามเนื้อช่วงขาหนีบมันตึงครับ จบ...

ที่บอกว่ากล้ามเนื้อตึง มันคือกล้ามเนื้ออะไรละ?

ถ้าให้ขยายประเด็นไปอีกหน่อยว่า กล้ามเนื้อที่ตึงมันคือกล้ามเนื้ออะไรนั้นละก็ มันคือกลุ่มกล้ามเนื้อหลังมัดลึกที่มีชื่อว่า iliopsoas ครับ โดยแบ่งกล้ามเนื้อออกเป็น 2 ส่วนย่อยดังนี้ 1) psoas major 2) iliacus ถ้าเพื่อนๆเห็นภาษาอังกฤษแล้วเกิดอาการหน้ามือตาลาย ก็ไม่เป็นไปครับ ดูรูปประกอบด้านล่างได้เลย

ภาพแสดงกลุ่มกล้ามเนื้อ iliopsoas ทางด้านหน้าและด้านข้าง

โอเค พอเราเห็นลักษณะโครงสร้างกล้ามเนื้อที่เป็นต้นเหตุของการปวดขาหนีบทั้ง 2 มัดกันแล้ว ทีนี้เรามาทำความเข้าใจกันต่อว่า แล้วกล้ามเนื้อส่วนนี้ทำให้ปวดขาหนีบได้ยังไงกัน? ซึ่งการที่จะเข้าใจอาการปวดของกล้ามเนื้อได้ เราต้องเข้าใจการทำงานของกล้ามเนื้อกลุ่มนี้กันก่อนนะ

หน้าที่หลักของกล้ามเนื้อกลุ่มนี้คือ ทำหน้าที่ยกต้นขาขึ้น (hip flexion) ถ้านึกไม่ออกว่ายกต้นขาขึ้นมันทำยังไง ให้นึกนึกถึงท่าตีเข่าในนักมวยดูครับ ท่านั้นเลย 

พอกล้ามเนื้อกลุ่มนี้หดตัว ต้นขาเราก็จะยกขึ้นมาให้อยู่ในท่าตีเข่า ในทางตรงกันข้ามพอกล้ามเนื้อกลุ่มนี้คลายตัวก็ต้นขาเราก็จะกลับมายืนตรงได้เหมือนเดิม ซึงถ้ากล้ามเนื้อมีการหดตัวและคลายตัวสลับไปมาแบบนี้ตลอดทั้งวันมันก็ไม่มีปัญหาอะไร จนกระทั่งเรานั่งนาน...

การนั่งนานจะทำให้ iliopsoas ตึง

การที่เรานั่งเก้าอี้ ด้วยลักษณะท่าทางแบบนี้มันจะเป็นเหมือนกับให้กล้ามเนื้อ iliopsoas หดตัวอยู่ตลอดเวลา (เหมือนเราตีเข่า 2 ข้างอยู่ตลอดแม้จะไม่ได้ออกแรงก็ตาม) ซึ่งในระยะแรกของการนั่งเราจะไม่รู้สึกปวดตึงอะไร เพราะกล้ามเนื้อคนเราโดยปกติจะมีความยืดหยุ่นสูง 

แต่เมื่อเราทำพฤติกรรมเดิมๆไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ คือ ตื่นเช้ามา ก็นั่งขับรถ พอถึงที่ทำงานก็นั่งทำงานไปยาวๆ พักเที่ยงก็นั่งกินข้าว กินข้าวเสร็จก็กลับไปนั่งทำงานต่อ ตกเย็นก็นั่งขับรถกลับบ้าน ถ้าดวงซวยก็เจอรถติดอีก กลับถึงบ้านก็เหนื่อยไม่อยากยืดเหยียดกล้ามเนื้อหรืออกกำลังกายอะไรทั้งสิ้นได้แต่นั่งเล่นมือถือต่อไป จนเข้านอน... จบไป 1 วัน วันรุ่งขึ้นก็ทำแบบเดิมซํ้าไปซํ้ามาเป็นปีๆ

โดยเฉลี่ยชีวิตของคนเมืองจะอยู่ในท่านั่งวันนึงไม่ตํ่ากว่า 10-12 ชั่วโมงเลยนะ แล้วพฤติกรรมที่ทำอะไรซํ้าๆกันแบบนี้แหละที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของกล้ามเนื้อเราได้ คือ จากกล้ามเนื้อที่โดยธรรมชาติแล้วจะมีความยืดหยุ่นสูง 

แต่พอเราอยู่ในท่านั่งนานๆ กล้ามเนื้อ iliopsoas มันก็หดตัวค้างจนกลายเป็นภาวะกล้ามเนื้อตึงตัวอยู่ตลอดเวลา พอกล้ามเนื้อตึงมากๆ การหด-คลายของกล้ามเนื้อก็ทำได้ไม่ดีดังเดิม แล้วอะไรที่ตึงมากๆมันก็พร้อมที่ฉีกขาดได้ง่ายด้วยเช่นกัน 

เหมือนกับหนังยางที่ถูกยืดให้ตึงตลอดเวลา พอเราไปกระชากหนังยางเส้นนั้นแรงๆหนังยางมันก็พร้อมขาดได้ทันที กล้ามเนื้อที่ตึงก็เช่นกันครับมันพร้อมจะบาดเจ็บได้ตลอด

เพราะเหตุนี้แหละคนที่นั่งทำงานมาทั้งชีวิต ไม่เคยออกกำลังกายอะไรเลย แล้วจู่ๆก็ลุกขึ้นมาวิ่งออกกำลังกายเบาๆ ทั้งๆที่ตัวเองวิ่งเบาๆแล้วนะ พอวันรุ่งขึ้นดันปวดเมื่อยทั่วทั้งตัว รวมทั้งขาหนีบด้วย เพราะกล้ามเนื้อมันตึงเยอะ ความยืดหยุ่นมีน้อย เส้นใยกล้ามเนื้อมันพร้อมจะฉีกขาดได้ตลอดเวลา จึงไม่แปลกที่คนกลุ่มนี้จะปวดกล้ามเนื้อกันมากหลังจากออกกำลังกายครั้งแรกๆ 

กลุ่มกล้ามเนื้อ iliopsoas มี 2 มัด คือ 1) psoas major 2) iliacus

อ้าว แต่ฉันไม่ได้ออกกำลังกายแล้วทำไมปวดขาหนีบได้ละ?

ทีนี้ในส่วนคนที่นั่งทำงานนานแล้วไม่ได้ออกกำลังกายแต่ก็ดันมาปวดขาหนีบได้ เนื่องจากกล้ามเนื้อ iliopsoas ที่มีจุดเกาะต้นที่กระดูกสันหลังและลากยาวมาเกาะที่ขาหนีบนั้น เวลาเรานั่งนานๆกล้ามเนื้อจะหดตัวค้างจนตึง การหดตัวคลายตัวของกล้ามเนื้อไม่ดีเท่าเก่า พอกล้ามเนื้อทำงานได้ไม่เต็มที่ 

ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อก็ลดน้อยลง พอความแข็งแรงน้อยลง แต่เรายังคงใช้งานกล้ามเนื้อเท่าเดิม นั่นคือการนั่งนาน (แม้เราจะนั่ง กล้ามเนื้อก็ยังคงทำงานอยู่นะ) ในท้ายที่สุดกล้ามเนื้อมันก็เกิดอาการล้า และแสดงอาการออกมาเป็นอาการปวดตึงในขาหนีบอย่างที่หลายคนเป็นกันอยู่นั่นเองครับ

ซึ่งอาการปวดขาหนีบจากกล้ามเนื้อ iliopsoas ตึงไม่ใช่อาการปวดที่ร้ายแรงจนต้องล้มหมอนนอนเสื่อเหมือนคนที่ปวดหลังเรื้อรังแต่อย่างใด เพียงแค่สร้างความรำคาญให้กับการทำงานของเรามากกว่า คือ ถ้าได้นั่งนานเมื่อไหร่ก็จะตึงในขาหนีบทันที แต่ในคนที่กล้ามเนื้อ iliopsoas  ตึงมาก สะสมบารมีมานาน คนกลุ่มนี้ถ้าได้นั่งเก้าอี้แค่แป๊ปเดียวก็จะรู้สึกตึงในขาหนีบทันที 

วิธีแก้อาการปวดขาหนีบ

จากที่ผมเล่ามาจะเห็นว่าการนั่งนานจะมีผลให้กล้ามเนื้อ iliopsoas หดตัวค้าง ตึง แล้วปวดได้ วิธีป้องกันและแก้ไขที่ง่ายที่สุดเลยก็คือ หมั่นลุกขึ้นยืนเดินสัก 5-10 นาทีทุกๆชั่วโมงในเวลางานครับ เพื่อให้กล้ามเนื้อได้มีการขยับเคลื่อนไหวอยู่ตลอด พอกล้ามเนื้อได้มีการเคลื่อนไหวบ่อยๆ โอากาสที่กล้ามเนื้อจะตึงก็มีน้อยลง อาการปวดขาหนีบก็ยากที่จะเกิดขึ้นได้ถ้าเราทำแบบนี้ 

แต่ในกรณีที่เราอยากได้ผลทันใจเลย คือจะเอาให้หายนะตอนนั้นทันที จะให้ลุกทุกๆชั่วโมงแบบนั้นไม่ไหว ด้วยภาระงานมันทำไม่ได้จริงๆละก็ คงต้องใช้การยืดเหยียดกล้ามเนื้อกลุ่ม iliopsoas โดยตรงเลยครับ คือ ถ้าปวดเมื่อไหร่ก็ยืดเมื่อนั้น ดูวิธีการยืดกล้ามเนื้อ iliopsoas ได้ในคลิปนี้เลยครับ https://youtu.be/IR4WHHbAfgM ดูท่ายืดท่าที่ 1-3 นะครับ

วิธีคลายอาการปวดขาหนีบ https://youtu.be/IR4WHHbAfgM

แต่ข้อเสียของการเอาแต่ยืดเหยียดกล้ามเนื้อเพียงอย่างเดียว โดยไม่ปรับพฤติกรรม และไม่ออกกำลังกายร่วมด้วย พอเรายืดกล้ามเนื้อไปถึงจุดที่ไปต่อไม่ได้แล้วคือ ยืดจนสุดองศาของขาเราแล้ว ถ้ายืดไปมากกว่านี้ก็ขาหักแน่นอน แต่ถึงแม้จะยืดสุดแล้วเราก็ยังรู้สึกตึงข้างในอยู่ลึกๆ ไม่หายขาดเหมือนตอนยืดแรกๆแล้ว ถ้าเพื่อนๆมีอาการแบบนี้ละก็ คงต้องใช้การออกกำลังกายกล้ามเนื้อหน้าขาร่วมด้วยแล้วละครับ การเอาแต่ยืดกล้ามเนื้อเพียงอย่างเดียวเอาไม่อยู่แล้วแน่นอน (ดูท่าออกกำลังกายเบาๆได้ในคลิปเดิมแต่เป็นท่าที่ 4 นาทีที่ 6:46 )

นั่นเพราะปัญหาไม่ได้อยู่ที่ความตึงของกล้ามเนื้อ แต่อยู่ที่กล้ามเนื้อมันอ่อนแรงครับ ต้องให้กล้ามเนื้อได้ออกแรงบ้างก็หายแล้ว

สรุป

1) คนนั่งนานมักจะปวดขาหนีบ เพราะกล้ามเนื้อ iliopsoas ตึง แล้วที่ต้องไปปวดตรงขาหนีบ เพราะช่วงปลายสุดของกล้ามเนื้อมันไปเกาะที่ขาหนีบพอดีครับ

2) วิธีแก้อาการปวดตึงขาหนีบของคนนั่งนานก็ใช้การยืดกล้ามเนื้อ iliopsoas ตามคลิปนี้ https://youtu.be/IR4WHHbAfgM  แต่ถ้ายืดแล้วไม่หายก็ต้องใช้การออกแรงที่กล้ามเนื้อมัดนั้นโดยตรง

3) ถ้าไม่นับอาการปวดขาหนีบจากอวัยวะภายในมีปัญหา เช่น กระเพาะปัสสาวะอักเสบ ลำไส้อักเสบ เป็นไส้เลื่อน ปวดประจำเดือน แล้วละก็ อาการปวดขาหนีบก็ยังเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น 

- ปวดจากข้อสะโพกเสื่อม คนไข้จะปวดในขาหนีบ แต่จะปวดขัดๆ เหมือนมีอะไรงัดกันอยู่ในขาหนีบมากกว่าปวดตึงๆ แล้วจะรู้สึกมากขึ้นเมื่อหุบขาเข้าด้านใน เหมือนในภาพด้านล่าง

 คนไข้ข้อสะโพกเสื่อม เวลาหุบขาเข้าด้านในตามภาพจะปวดในขาหนีบมากขึ้น

- คนที่วิ่งมาราธอน ปั่นจักรยาน หรือเล่นกีฬาที่ต้องวิ่งบ่อยๆก็มีอาการปวดขาหนีบได้เช่นกัน เพราะกล้ามเนื้อ iliopsoas ทำหน้าที่ยกขาให้เราวิ่งได้ ซึ่งการวิ่งนานๆแล้วสมดุลของกล้ามเนื้อโดยรวมไม่ทำงานสัมพันธ์กันดี จะทำให้กล้ามเนื้อ iliopsoas  ตึงมากขึ้นจากการออกแรงซํ้าๆกัน แล้วเกิดภาวะกล้ามเนื้ออักเสบ แล้วปวดขาหนีบได้ในที่สุด

- ปวดจากโรค SI joint syndrome ซึ่งโรคนี้เป็นภาวะที่ข้อต่อระหว่างกระดูกกระเบนเหน็บและเชิงกรานเสื่อม ซึ่งทำให้เกิดอาการปวดร้าวรอบเชิงกราน หลัง และอาจปวดลงขาหนีบได้ด้วยเช่นกัน 

อาการปวดขาหนีบเพียงจุดเดียว แต่ก็มีสาเหตุที่จะเกิดจากโรคอื่นๆมากมาย ถ้าเพื่อนๆอ่านแล้วยังจับจุดไม่ได้ว่าตัวเองปวดขาหนีบจากการนั่งนาน หรือเกิดจากโรคอื่นละก็ ลองเสียเวลาไปพบแพทย์ให้ตรวจภายในกันละเอียดเลยดูครับ ถ้าตรวจภายในจนมั่นใจแล้วว่าภายในปกติดีแน่แล้วละก็ ที่เหลือก็ไม่มีอะไรยุ่งยากแล้วครับ ไม่ข้อสะโพกก็กล้ามเนื้อ iliopsoas เนี่ยแหละที่มีปัญหา ซึ่งหน้าที่ตรงนี้นักกายภาพจัดการต่อได้สบายแฮนด์ ^^

ต้องการปรึกษาเพิ่มเติม หรือนัดเข้าคลินิกก็ทักมาได้ที่ Line ID : @doobody เลยนะครับ เขียนคำถามที่สงสัยมาเป็นข้อๆเลยนะครับ ถ้าผมเคลียงานระหว่างวันเสร็จเรียบร้อยจะเข้ามาทยอยตอบให้นะครับผม