วันจันทร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2559

[คลิป VDO] รวมวิธีลดปวดคอ บ่า สำหรับคนเป็นโรคออฟฟิศ ซินโดรม (Part 1)


คลิปนี้เหมาะสำหรับบรรดาหนุ่มสาวออฟฟิศที่มีอาการปวดกล้ามเนื้อช่วงคอ บ่าอยู่เรื้อรัง หรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อโรคออฟฟิศ ซินโดรมนั่นเองครับ ซึ่งผมแบ่งวิธีการรักษาโรคนี้ออกเป็นทั้งหมด 3 part ด้วยกัน โดย part นี้จะบอกวิธีการลดปวดช่วงคอ บ่า รวมทั้งการบริหารกล้ามเนื้อให้แข็งแรงด้วยนะครับ 

ผมขออธิบายลักษณะของโรคออฟฟิศ ซินโดรมแบบคร่าวๆให้ฟังกันก่อนเข้าสู่เนื้อหา โรคออฟฟิศ ซินโดรมเกิดจากพฤติกรรมการทำงานอยู่ในท่าเดิมๆติดต่อกันเป็นเวลานาน จนทำให้กล้ามเนื้อเกิดการล้า แต่เมื่อล้าแล้วเรายังคงฝืนทำงานต่อไป จึงทำให้กล้ามเนื้อเกิดการหดเกร็งค้างขึ้นเป็นลำ ผมก็คือ เกิดอาการปวดกล้ามเนื้อเรื้อรังขึ้นนั่นเองครับ

อาการของโรคออฟฟิศ ซินโดรม

อาการของผู้ที่เป็นโรคนี้จะมีหลายระดับด้วยกันนะครับ ทั่วไปก็คือ มีอาการปวด เมื่อนกล้ามเนื้อช่วงคอบ่า แต่พอได้ยืดกล้ามเนื้อ ไปนวดอาการต่างๆก็จะทุเลาลง แต่ถ้ากลับไปทำงานเหมือนเดิมก็มีอาการอีก เป็นๆหายๆอย่างนี้เรื่อยๆ ส่วนในรายที่เป็นโรคนี้หนักๆ จะมีอาการปวดคอ บ่าร้าวขึ้นขมับ ขึ้นคิ้ว บางรายก็มีอาการปวดกระบอกตา ตาพร่ามัว หรือบางรายก็มีอาการปวดศีรษะข้างเดียวคล้ายกับโรคไมเกรน แต่อาการดังกล่าวมาจากกล้ามเนื้อที่ตึงมากนั่นเองครับ

ส่วนวิธีการรักษาและออกกำลังกายของกล้ามเนื้อคอ บ่ามีดังนี้เลยครับผม

1) รักษาคอ (นาทีที่ 17:50 )
วิธีที่ 1 : ติ่งหู กระดิกหัวไหล่ (นาทีที่ 0:55 )
วิธีที่ 2 : ก้มหน้า เอียงคอ (นาทีที่ 2:50 )
วิธีที่ 3 : ก้มหน้า คางชิดอก (นาทีที่ 4:32 )
วิธีที่ 4 : บีบคอ (นาทีที่ 6:07 )
วิธีที่ 5 : ลูกเกลี้ยง คลึงคอ (นาทีที่ 9:33 )
วิธีที่ 6 : หดคอ หนีนิ้ว (นาทีที่ 11:32 )
วิธีที่ 7 : ต้านแรง 4 ทิศ (นาทีที่ 14:00 )

2) รักษาบ่า (นาทีที่ 17:06 )
วิธีที่ 1 : จับมือ ลู่ไหล่  (นาทีที่ 17:55 )
วิธีที่ 2 : หมุนไหล่  (นาทีที่ 19:09 )
วิธีที่ 3 : ชู 4 บีบบ่า  (นาทีที่ 20:50 )
วิธีที่ 4 : ลูกเกลี้ยง คลึงบ่า  (นาทีที่ 22:34 )
วิธีที่ 5 : ถือของ ยักไหล่  (นาทีที่ 26:20 )
วิธีที่ 6 : ถือของ ชูแขน  (นาทีที่ 29:23 )

ดูจบแล้วถ้าเห็นว่าคลิปนี้มีประโยชน์ก็ช่วยกดแชร์ กด suvscribe กันด้วยนะครับ

วันอาทิตย์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2559

[คลิป VDO] 4 วิธี รักษาอาการปวดข้อศอก จากโรค tennis elbow


อาการปวดข้อศอกจากโรค tennis elbow ในสายตาของคนทั่วไปอาจจะไม่ค่อยรู้จักกันมากนัก เพราะชื่อของโรคมันเกี่ยวกับเทนนิส คงพบในนักกีฬาเทนนิสละมั้ง คนไข้ส่วนใหญ่คงคิดยังงี้  แต่ในความเป็นจริงแล้วโรคนี้พบได้ในคนทั่วไปเช่นกันนะครับ แล้วก็เยอะซะด้วย ส่วนมากจะเป็นแม่บ้านที่ต้องซักผ้า หวาดบ้านบ่อยๆ หรือบรรดาแม่ครัวที่ต้องทำกับข้าวทุกๆวัน คนเหล่านี้ถือว่าอยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่ทำให้เป็นโรคนี้นะครับ ส่วนเหตุผลที่ว่าทำไมคนทั่วไปก็เป็นโรค tennis elbow ได้ละก็ ติดตามได้ในคลิปนี้เลยครับผม

4 วิธีการรักษามีดังนี้
วิธีที่ 1 : เหยียดศอก กดข้อมือ (นาทีที่ 5:23 )
วิธีที่ 2 : บีบศอก กดจุด (นาทีที่ 6:37 )
วิธีที่ 3 : ฝึกกระดกข้อมือ (นาทีที่ 8:54 )
วิธีที่ 4 : ประคบร้อน-เย็น (นาทีที่ 10:18 )

ดูจบแล้วถ้าเห็นว่าคลิปนี้มีประโยชน์ก็อย่าลืมแชร์ หรือ subscribe กันด้วยน้าาา

วันพฤหัสบดีที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2559

(คลิป VDO) 5 เทคนิค ตรวจโรคหมอนรองกระดูกทับเส้น แบบฉบับทำเอง


รู้หรือไม่ นอกจากการใช้ผล x-ray และ MRI ในการตรวจยืนยันว่าเป็นโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นแล้ว จริงๆยังมีวิธีการตรวจอื่นๆนอกจาก 2 วิธีดังกล่าวแถมไม่ต้องใช้เครื่องมือ ไม่ต้องเสียตังไปตรวจตามโรงพยาบาลด้วยนะครับ วิธีการตรวจมันมีหลายเทคนิคหลายวิธีการมากๆ แต่ผมจะขอเลือกมาเพียง 5 วิธีที่ดูแล้วไม่น่าจะยากนักสำหรับบุคคลทั่วไป แต่ได้ผลลัพท์ดีไม่แพ้กัน 

เนื้อหาในคลิปนี้เหมาะกับใครบ้าง?

เหมาะกับผู้ป่วยที่มีอาการปวดหลัง ตึงหลัง มีอาการเสียวที่หลัง ขาชา ขาอ่อนแรง แล้วไม่แน่ใจว่าตนเองเป็นโรคอะไร หรือต้องการยืนยันเพื่อให้แน่ใจว่าตนเองเป็นโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นจริงๆ เพราะอาการขาชา ขาอ่อนแรง หรืออาการปวดหลังต่างๆนั้น มันไม่ได้มีแค่โรคหมอนรองกระดูกสันหลังทับเส้นเท่านั้นนะครับ แต่ยังมีโรคกระดูกสันหลังเสื่อม โรคกล้ามเนื้อหลังอักเสบเฉียบพลัน และที่พบมากที่สุดคือ โรคกล้ามเนื้อสะโพกหนีบเส้นประสาท ซึ่งทั้ง 3 โรคนี้ ถ้าเป็นหนักๆก็มีอาการแสดงได้ใกล้เคียงกับโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นมากเลยทีเดียว และถ้าเราตรวจตามคลิปแล้วมีอาการที่บอกละก็อย่าพึ่งตื่นตกใจไปนะครับ ลองตรวจวิธีอื่นๆให้ครบทั้ง 5 วิธีดูก่อน ถ้าตรวจครบแล้วมีอาการแสดงทั้ง 3 วิธีจาก 5 แสดงว่าเราน่าจะเป็นโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นครับผม 

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ถ้าเราไม่แน่ใจจริงๆว่าเราเป็นหรือไม่เป็นกันแน่ละก็ ผมแนะนำให้ไปเข้ารับการตรวจกับผู้เชี่ยวชาญในสถานพยาบาลจะดีที่สุดนะครับ^^

5 เทคนิคการตรวจ โรคหมอนรองกระดูกทับเส้นมีดังนี้เลย

วิธีที่ 1 นั่งยอง เบ่งอึ (นาทีที่ 0:46 )
วิธีที่ 2 นอนหงาย ยกขาข้างเดียว (นาทีที่ 2:55 )
วิธีที่ 3 ก้มหลัง เกร็งท้อง (นาทีที่ 7:20 )
วิธีที่ 4 นอนควํ่า เหยียดศอก (นาทีที่ 9:18 )
วิธีที่ 5 ก้มหลัง ยกขา (นาทีที่ 11:52 )
เกร็ดความรู้ สำหรับผู้ป่วยหมอนรองกระดูกทับเส้น (นาทีที่ 14:16 )

ดูจบแล้วช่วยกดแชร์ กด subscribe กันก้วยนะครับ