วันเสาร์ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2559

อยากหุ่นดี ต้องกินข้าวเช้า ทำไมอ่ะ?


ใครอยากหุ่นดีขอให้ยกมือขึ้น ส่วนใครพอใจกับหุ่นตัวเองดีอยู่แล้วก็...ก็ช่วยอ่านหน่อยเถอะ อุตส่าเขียนมาแล้ว เอิ้กๆ เราน่าจะเคยได้ยินได้อ่านผ่านหูผ่านตาไม่มากก็น้อยว่า "ถ้าอยากหุ่นดีต้องกินข้าวเช้า" แล้วเคยนึกสงสัยกันมั้ยครับว่า "ทำไมการกินข้าวเช้าถึงทำให้เราหุ่นดีได้ละ?" เรามาหาคำตอบกันครับ

ผมจะตอบแบบสั้นๆกระชับเลยว่า เพราะการทานข้าวเช้ามันช่วยกระบวนการเผาผลาญพลังงาน (metabolism) ของร่างกายให้เป็นปกติครับ เจ้าการเผาผลาญพลังงานเนี่ยแหละคือส่วนสำคัญที่ทำให้เราไม่อ้วนเผละ และที่สำคัญที่สุดร่างกายเราต้องการพลังงานเพื่อใช้ในชีวิตประจำวัน เมื่อเราไม่กินข้าวเช้า แต่ร่างกายยังคงต้องการพลังงานอยู่เพื่อให้เราดำรงชีวิตได้เป็นปกติ (พูดง่ายๆคือไม่ให้เราตายน่ะ) แล้วร่างกายจะเอาพลังงานมาจากไหนได้ละในเมื่อเราไม่กินเข้าไป?  ไขมันหรอ? ไม่ใช่ครับ แต่เป็นกล้ามเนื้อของเราเนี่ยแหละ เพราะกล้ามเนื้อคือแหล่งพลังงานที่ใหญ่ที่สุดของร่างกายและสามารถสลายเป็นพลังงานได้ในทันทีที่ร่างกายต้องการ สลายได้เร็วกว่าไขมันด้วยซํ้า แล้วถ้าให้เปรียบเทียบ กล้ามเนื้อของคนเราก็เหมือนกับโรงงานขนาดใหญ่ซึ่งทำหน้าที่เผาผลาญพลังงานให้แก่ร่างกาย

ฉะนั้น ลองคิดดูครับว่า ถ้าเราไม่ทานอาหารเช้าติดต่อกันหลายวัน หลายเดือน หลายปีเข้าจะเกิดอะไรขึ้น?  มวลกล้ามเนื้อจะค่อยๆเล็กลง เล็กลง เล็กลง เมื่อแหล่งสลายพลังงานค่อยๆลดจำนวนลงไปเรื่อยๆอย่างนี้ ผลก็คือร่างกายเราจะมีกระบวนการเผาผลาญพลังงานได้น้อยลง ทีนี้เมื่อเผาผลาญพลังงานได้น้อยลงก็เหลือสารอาหารในร่างกายมากขึ้น สารอาหารบางส่วนก็แปรเปลี่ยนไปเป็นไขมันอยู่ตามพุง ต้นขา หรือท้องแขน พอรู้สึกตัวว่าเริ่มมีพุง นํ้าหนักตัวเพิ่มขึ้นก็เริ่มสงสัยกันว่า "ทำไมถึงอ้วนขึ้น ทั้งๆที่กินเท่าเดิม?"

แล้วถ้าเราควบคุมนํ้าหนักอย่างผิดๆอีกมันก็เหมือนเป็นการซํ้าเติมให้เราอ้วนได้ง่ายขึ้น เช่น  การทานยาลดนํ้าหนัก และที่พบได้บ่อยคือการอดอาหาร การอดอาหารเป็นวิธีการที่แย่ที่สุดในการลดนํ้าหนักเลยนะครับ จริงอยู่ที่การอดอาหารมันทำให้เรานํ้าหนักลดลงได้อย่างพวบพาบในช่วงแรก แต่นํ้าหนักที่ลดลงไม่ได้เกิดจากไขมันน้อยลงนะครับ มันเกิดจากมวลกล้ามเนื้อของเราเนี่ยแหละที่ลดลง เพราะร่างกายเรายังคงต้องการสารอาหารเพื่อใช้เป็นพลังงานให้แก่ร่างกายอยู่ ร่างกายจึงไปสลายมวลกล้ามเนื้อออกมาเพื่อใช้เป็นพลังงาน ผลก็คือ กระบวนการเผาผลาญพลังงานในร่างกายก็ทำได้แย่ลง เหลือสารอาหารที่ไม่ได้แปรเปลี่ยนเป็นพลังงานอีกมาก ร่างกายก็เก็บไว้ในรูปไขมันพอเรากลับมากินข้าวตามปกติเราจะรู้สึกว่านํ้าหนักเพิ่มขึ้นเร็วมาก และตัวอ้วนมากขึ้นกว่าเดิมหรือที่เรียกภาวะนี้ว่า "โยโย่เอฟเฟค" นั่นเองครับ

จากข้อมูลข้างต้น เราพอจะเห็นความสำคัญของอาหารเช้ากันแล้วนะครับ ทีนี้หากเราต้องการลดนํ้าหนักร่วมด้วยละต้องทำไงบ้างนอกจากกินข้าวเช้าแล้ว? ง่ายๆครับ คือ เน้นทานอาหารจำพวกโปรตีน ไม่ว่าจะเป็นเนื้อสัตว์ ไข่ นม ถั่วทุกๆมื้อ เพื่อให้สารอาหารเหล่านั้นไปช่วยเพิ่มมวลกล้ามเนื้อของเราให้มากขึ้น ซึ่งจะช่วยให้กระบวนการเผาผลาญพลังงานของร่างกายเป็นปกติ และที่ขาดไม่ได้เลยคือ ควรออกกำลังกายแบบ weight training หรือพวกยกนํ้าหนักนั่นแหละครับ เพราะการออกกำลังกายแบบนี้จะช่วยเพิ่มขนาดของมวลกล้ามเนื้อได้ ซึ่งนั่นเท่ากับว่าเป็นการช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญพลังงานให้แก่ร่างกายได้ด้วยเช่นกัน ฉะนั้น ผู้ที่ออกกำลังกายแบบ weight training เป็นประจำร่วมกับควบคุมอาหารให้พอดีแก่ร่างกายจะมีหุ่น fit and firm อยู่เสมอเลยครับผม

หากคุณผู้หญิงอ่านมาถึงตรงนี้ ที่ว่าออกกำลังกายแบบยกนํ้าหนักแล้วคิดว่า การออกกำลังกายแบบนี้จะทำให้ฉันกล้ามโตเหมือนกล้ามเนื้อปูละก็ ลืมไปได้เลยครับ เพราะต่อให้คุณผู้หญิงอยากจะมีกล้ามเป็นมัดๆยังแทบเป็นไปไม่ได้เลยครับผม 
ส่วนเหตุผลว่าทำไมผู้หญิงยกนํ้าหนักแล้วถึงไม่มีกล้ามเหมือนผู้ชาย ผมอธิบายไว้ในนี้แล้วครับ (ล้างความเชื่อผิดๆ กับผู้หญิงยกนํ้าหนักแล้วกล้ามโต)

เครดิตภาพ
- http://www.at-etcshop.com/article/

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น